บันทึกแห่งนวนิยาย(จริง)

JOURNAL OF A NOVEL

จอห์น สไตล์แตก

 กลับไปหน้าแรก

 

แผนฟินแลนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แผนฟินแลนด์, ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์, หรือ ปฏิญญาฟินแลนด์ เป็นทฤษฎีสมคบคิด ที่ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกโดยนายปราโมทย์ นาครทรรพ ทางหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และทางเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ [1] และได้ถูกนำมาเผยแพร่ในวงกว้างโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยจัดการสัมมนาถึงเรื่องนี้ ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้สร้างทฤษฎีได้กล่าวว่า แผนนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2542 (สมัยที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อยู่พรรคพลังธรรม ในรัฐบาลสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชาเป็นนายกรัฐมนตรี) ที่ประเทศฟินแลนด์ จึงตั้งชื่อว่าแผนฟินแลนด์[1][2] โดยในขณะนั้นพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้สมคบคิดกับอดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพื่ิอล้มล้างราชวงศ์จักรี ยึดอำนาจการปกครองราชอาณาจักรไทย ก่อตั้งสาธารณรัฐคอมมิวนิสต์ และล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย [3][4][5]

การกล่าวหาดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายในทางการเมืิองและชื่ิอเสียงของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างมาก[6] ถึงแม้ว่าผู้ร่วมสร้างทฤษฎีจะไม่เคยแสดงหลักฐานแต่อย่างใด เพื่อพิสูจน์ว่าแผนสมคบคิดนี้มีจริง[7][4]

พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และอดีตผู้นำและผู้ร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้ปฏิเสธในเวลาต่อมาว่าแผนสมคบคิดนี้ไม่มีจริง และฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายปราโมทย์ นาครทรรพ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ[7][8][9]

หลังจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ได้ก่อการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองของราชอาณาจักรไทยไว้ได้ ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบ หรือสอบสวนรายละเอียดของแผนฟินแลนด์แต่อย่างใด

คดีแผนฟินแลนด์มีความคืบหน้าที่ศาลอาญา โดยในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2550 พยานโจทย์ได้ประกาศชื่อพยานฝ่ายโจทย์จำนวน 12 คน ระบุชื่อ นายสุขุม นวลสกุล เป็นพยานปากที่ 1 นายนิติภูมิ นวรัตน์ เป็นพยานปากที่ 2 นายสมัคร สุนทรเวช เป็นพยานปากที่ 4 พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ เป็นพยานปากที่ 6 [10]

เนื้อหา

[ซ่อน]

 

[แก้] รายละเอียดของทฤษฎี

ผู้ร่วมสร้างทฤษฎี ได้กล่าวว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้สมคบคิดกับอดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยึดอำนาจการปกครอง และก่อตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ประเด็นสำคัญที่กล่าวถึงในแผนฟินแลนด์ ประกอบด้วย [11][3]

  1. สร้างระบบรัฐบาลแบบพรรคการเมืองเดียว
  2. เปลี่ยนระบบราชการให้อยู่ภายใต้อำนาจสั่งการของพรรคการเมือง
  3. แปรรูปรัฐวิสาหกิจให้กลายเป็นของภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบทุนนิยมที่สมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะพลิกเป็นระบบคอมมิวนิสต์
  4. ลดทอนความสำคัญของสถาบันกษัตริย์
  5. สร้างระบบพรรคการเมืองแบบรวมอำนาจที่กรรมการบริหารพรรคและผู้นำพรรค

 

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 The Bangkok Post, "Manager sued for articles on 'Finland plot'", 31 May 2006 (อังกฤษ)
  2. ^ เดลินิวส์, "โสภณ สุภาพงษ์" กับ2เรื่องที่ไม่ควรพูด, 27 พฤษภาคม 2549
  3. ^ 3.0 3.1 The Nation, "'Finland plot' on dangerous ground", 25 May 2006 (อังกฤษ)
  4. ^ 4.0 4.1 The Nation, Hatred debases public discourse, 27 May 2006 (อังกฤษ)
  5. ^ The Nation, Thaksin clearly wanted republic, critics charge, 25 May 2006 (อังกฤษ)
  6. ^ Kavi Chongkittavorn, Thailand's Current Political Crisis seminar presentation, 7 June 2006 (อังกฤษ)
  7. ^ 7.0 7.1 The Nation,"'Finland plot' on dangerous ground", 25 May 2006 (อังกฤษ)
  8. ^ The Nation, "TRT: No such thing as 'Finland declaration'", 22 May 2006 (อังกฤษ)
  9. ^ The Bangkok Post, "TRT goes on offensive over 'Finland Plan'", 22 May 2006 (อังกฤษ)
  10. ^ รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ออกอากาศวันที่ 24 ตุลาคม 2550
  11. ^ หน้าต่างความคิด :ปฏิญญาฟินแลนด์ กับความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ
  • The Nation, "Burning Issue: Finland, monarchy: a dangerous mix", May 25, 2006
  • The Bangkok Post, "Sondhi expands on 'Finland Plan'", 21 May 2006

 

ทฤษฎีสมคบคิด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

 

ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) คือ เรื่องเล่า บทความที่สร้างขึ้นมาจากความคิดของคน หรือกลุ่มคน โดยนำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นอื่นๆเพื่อให้ประโยชน์/ให้โทษต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งใด หรืออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลักษณะของทฤษฎีสมคบคิดโดยทั่วไปมีข้อเท็จจริงประกอบอยู่เพียงเล็กน้อย หรือส่วนหนึ่ง เพียงเพื่อเสริมให้เกิดความน่าเชื่อถือว่ามีหลักฐานสนับสนุนที่ดูเหมือนเกี่ยวข้องกันเท่านั้น อาจมีเหตุผลสนับสนุนจากความเชื่อส่วนบุคคล ความเชื่อเกี่ยวกับทางศาสนา การเมือง หรือวัฒนธรรมที่แตกต่างไป เรื่องเหล่านี้นักวิชาการจะไม่ใช้อ้างอิง ผู้อ่านควรใช้วิจารณญานก่อนที่จะเชื่อเรื่องนั้นๆ ประเทศสหรัฐอเมริกามีหน่วยงานที่จะดูแล และกลั่นกรองเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะ

เดิมพบได้ในคอลัมน์เล็กๆหนังสือพิมพ์ประเภทเทบลอยด์ในต่างประเทศ ปัจจุบันพบได้มากในฟอร์เวิร์ดเมล เว็บไซต์ส่วนบุคคล และบล็อกต่างๆ

 

[แก้] ตัวอย่างของทฤษฎีสมคบคิด

 
ปฏิญญาฟินแลนด์ ยุทธศาสตร์ทักษิณ
โดย คำนูณ สิทธิสมาน 15 พฤษภาคม 2549 18:14 น.
มีคนสนใจเรื่อง “ปฏิญญาฟินแลนด์” ที่ผมเขียนเล่าไว้บ้างในคอลัมน์นี้เมื่อสัปดาห์ก่อน อยากให้เล่าต่อ
       
        บางคนขอให้เขียนให้ละเอียดว่าคนที่ไปร่วมพูดคุยมีใครบ้าง เมื่อไร ที่ไหน
       
        บางคนก็ถามว่าทำไมเพิ่งมาเขียนถึงวันนี้
       
        ในเรื่องรายละเอียดนั้น จนถึงเวลานี้ขอบอกว่ายังจนปัญญาอยู่ ของแบบนี้เขาไม่ได้บันทึกเปิดเผยชนิดพิมพ์เผยแพร่เป็นเล่มให้อ้างอิงได้หรอก ส่วนเรื่องที่เพิ่งเขียนนั้นบอกได้ตามตรงว่าก็เพราะเพิ่งรู้ เมื่อรู้แล้วก็นำมาเล่าสู่กันฟัง
       
        ต้นตอมาจากข้างเวทีปราศรัยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จากคำบอกเล่าของคนที่เคยเป็นคนทำงานระดับวงในของพรรคไทยรักไทย เป็นคนที่อยู่ในขบวนสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอย่างแข็งขันมาก่อน เป็นซ้ายเก่าที่เคยเข้าป่าในช่วงหลังเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 แม้จะไม่ใช่ระดับมีชื่อเสียงโด่งดังและมีตำแหน่งแห่งที่เทียบเท่าซ้ายเก่าที่มาได้ดิบได้ดีกับพรรคไทยรักไทยอย่างภูมิธรรม เวชยชัย, หมอพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ ฯลฯ แต่ก็ต้องถือว่าเป็นคนทำงานใกล้ชิดท่านเหล่านั้น แม้จะเป็นรุ่นน้องในทางอายุและชั้นเรียนอยู่สองสามปี แต่ก็ต้องถือว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นป่าเดียวกัน ได้รับความไว้วางใจและได้บำเหน็จตอบแทนเป็นตำแหน่งในองค์กรของรัฐอยู่ระยะหนึ่ง
       
        “เฮ้ย ผมเพิ่งดู ASTV ไอ้คนที่ขึ้นเวทีเมื่อกี้ปล่อยขึ้นไปได้ยังไง จำชื่อไม่ได้ แต่จำหน้าได้ชัดเจนเลย นี่ละคนของคุณหญิงเค้าเลย...” เพื่อนวงในอีกคนกดโทรศัพท์มาบอกในช่วงเย็นวันหนึ่งของเดือนเมษายน 2549 ขณะพวกเราชุมนุมอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์
       
        “ใจเย็นน่า เขามาช่วยขึ้นเวทีตั้งแต่สนามหลวงแล้ว คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้...” ผมช่วยแก้ให้
       
        เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเป็นคำบอกเล่าที่ฟังไม่ได้เสียเลยก็กระไรอยู่
       
        แต่จะให้นำมาเล่าทั้งหมด ก็ออกจะไม่เป็นธรรมแก่ผู้ที่ถูกระบุว่าอยู่ร่วมในการพูดคุยที่ประเทศฟินแลนด์ครั้งนั้นด้วย
       
        และที่จริงก็ไม่สำคัญเท่าไรนัก
       
        เพราะ 4 - 5 ปีที่ผ่านมา พรรคไทยรักไทยและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้เริ่มต้นนโยบายใหม่ๆ มากมายหลายประการ และได้พูดจารวมทั้งแสดงท่าทีท่วงทำนองที่มีบันทึกไว้เป็นหลักฐานหลายกรรมหลายวาระ มากเพียงพอที่จะนำมาสังเคราะห์และวิเคราะห์ว่าเป้าประสงค์สุดท้ายที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นนั้น เป็นไปตามที่อ้างกันว่าอยู่ใน 4-5 ประการของปฏิญญาฟินแลนด์หรือเปล่า
       
        ถ้าทำได้อย่างนั้นแล้ว ปฏิญญาฟินแลนด์จะมีหรือไม่มีย่อมไม่สำคัญอีกต่อไป
       
        4-5 ประการที่ว่านั้น ผมฟังมาระดับหนึ่ง ซึ่งก็ตรงกับที่มีผู้ post เข้ามาเป็น “ความเห็นที่ 9” (อีกแล้ว) ท้ายคอลัมน์นี้เมื่อสัปดาห์ก่อน ในทำนองนี้
       
        1. ยุทธการมวลชน ต้องเข้าถึงระบบรากหญ้าให้ทั่วถึง โดยให้ข้อมูลและกระทำในสิ่งที่หัวหน้าชุมชนรับนโยบายจากรัฐบาลไปถ่ายทอดสู่ระบบรากหญ้าซึ่งเป็นมวลชนอันยิ่งใหญ่ของประเทศ
       
        2. ระบบพรรคเดียว ในทางปฏิบัติ ให้มีพรรคการเมืองพรรคเดียวในการเป็นรัฐบาลปกครองประเทศ
       
        3. ระบบทุนนิยม ต้องให้ประชาชนบริโภคมากๆ มีทั้งของอุปโภคและบริโภค ให้ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ของฟุ่มเฟือยต่างๆ เสมือนยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชน และการลงทุนในโครงการใหญ่ๆ
       
        4. สถาบันสูงสุด สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ โดยใช้วิธีปฏิบัติในข้อ 5
       
        5. ปฏิรูประบบราชการ เป็นการปรับรื้อระบบราชการเดิมให้หมด มีแนวทาง มอบนโยบายระบบทางราชการใหม่ทุกส่วน รวมถึงเข้าไปกำกับ (ในทางปฏิบัติ) การทำงานขององค์กรอิสระต่างๆ ให้ขึ้นตรงกับหัวหน้ารัฐบาลเพียงคนเดียว
       
        นอกจากนั้น ในวันเดียวกันกับที่ผมเขียนคอลัมน์นี้เมื่อสัปดาห์ก่อน บอกเล่าโดยสังเขปถึงสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิญญาฟินแลนด์” นี้ ท่านอาจารย์ปราโมทย์ นาครทรรพก็ได้เขียนบทความพิเศษเรื่อง “วาระแห่ง (การกู้) ชาติ” ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน มีเนื้อความบางตอนสอดคล้องกันโดยไม่ตั้งใจ
       
        แม้ท่านไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ผมเรียกว่า “ปฏิญญาฟินแลนด์” แต่ก็ได้พูดถึงเป้าหมาย 4 - 5 ประการที่ท่านขนานนามว่า....
       
        “ยุทธศาสตร์ทักษิณ”
       
        มีสาระสำคัญคล้ายๆ กัน โดยกลุ่มผู้ร่วมคิดที่น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับข่าวที่ผมได้รับมา ท่านเขียนเล่าไว้อย่างนี้ครับ
       
        “ยุทธศาสตร์ทักษิณ - จะมีชื่อว่าอะไรก็ตามแต่-ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยกลุ่มคนที่มีสมองเยี่ยมในแผ่นดิน มีประสบการณ์โชกโชนทั้งในเมือง ในป่า และในมหานครของโลก มีเป้าหมายหลักอยู่ 5 ประการ (1) สร้างระบบการเมืองเป็นระบบพรรคเดียว (2)ทำลายความเข้มแข็งแบบเก่าของระบบราชการ โดยทำให้ระบบราชการต้องรับใช้ระบบการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข (3) แปลงสินทรัพย์ของรัฐให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรี (4) ทำให้สถาบันกษัตริย์เป็นแต่เพียงสัญลักษณ์ให้มากที่สุด ...และ (5) สร้างระบบพรรคแบบรวมศูนย์การนำสูงสุด เป็นพรรคของกรรมการ แบบ cadre party แต่แฝงอยู่ในเสื้อคลุมหรือเปลือกนอก (ที่หลอกลวง) ว่าเป็นพรรคมวลชน....”
       
        ชัดเจนที่สุด
       
        ที่ชัดเจนยิ่งไปกว่านั้น โดยสอดคล้องกับสถานที่เป็นมาในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือท่านอาจารย์ปราโมทย์ นาครทรรพได้สะท้อนให้เห็นว่ายุทธศาสตร์ทักษิณที่ก่อตัวขึ้นเป็น “ระบอบทักษิณ” แล้วนี้จะไม่สูญสลายแพ้พ่ายไปง่ายๆ แน่นอน
       
        โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะไม่สูญสลายแพ้พ่ายไปเพียงเพราะมีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ แม้จะมีศาลเข้ามาจัดการเลือกตั้งให้สะอาดหมดจด
       
        ท่านเสนอ “วาระแห่ง (การกู้) ชาติ” ขึ้นมา 7 (+ 1) ประการ
       
        ที่ผมเขียนว่า “7 (+ 1) ประการ” ไม่ใช่กวนอะไรใคร แต่เพราะท่านอาจารย์ปราโมทย์ นาครทรรพท่านเขียนเรียงลำดับไว้ 7 ประการ แล้วท่านก็บอกเองว่าเป็นเรื่องพูดง่ายแต่ทำยาก ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง จึงไม่ได้คัดลอกมาลงซ้ำ ณ ที่นี้ เพราะอยากจะขอคัดลอกอุปสรรคประการสำคัญที่ท่านกล่าวไว้ตอนท้าย จนกระทั่งอาจจัดได้เป็นประการที่ 8 หากแต่เป็นประการที่ 8 ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่หากไม่เกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะมีประการที่ 1-7 ได้ ท่านว่าไว้อย่างนี้ครับ
       
        “ทั้งหมดนี้พูดง่ายทำยาก แต่ไม่มีอะไรที่จะแก้โดยสมองหรือความตั้งใจของคนไทยไม่ได้ สำคัญอยู่ที่ว่าคนไทยที่มีความสามารถกลับพากันขาดความเต็มใจ และคนที่เต็มใจส่วนใหญ่ก็ขาดความสามารถ ประกอบกับวัฒนธรรมตามอย่าง หวังพึ่ง เอาตัวรอด และหวังผลประโยชน์ ทำให้คนไทยรักในหลวงและประเทศชาติแต่ปาก...
       
        “สิ่งเหล่านี้กลายเป็นกำลังเสริมและจุดแข็งของพรรคไทยรักไทย...
       
        “ดังนั้นวาระแห่งชาติข้อสุดท้ายก็คือ การทำลายจุดอ่อนของคนไทยที่ทำให้บ้านเมืองตกเป็นเหยื่อของระบอบทักษิณไปโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย”